ป่าชายเลนอ่าวมหาชัย ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำท่าจีนฝั่งขวา ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอ่าวมหาชัย ฝั่งตะวันตก ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอเมือง สมุทรสาคร มีเนื้อที่ 3,179 ไร่ เหมาะสำหรับเป็นแหล่งศึกษา ค้นคว้า วิจัย ด้านธรรมชาติวิทยาของระบบนิเวศ ป่าชายเลน และปากแม่น้ำท่าจีน ปัจจุบันดำเนินการก่อตั้งเป็นศูนย์ศึกษาธรรมชาติ ป่าชายเลนมหาชัย
นางสาวกนกอร จี่พิมาย รหัสนักศึกษา 5953102040 เลขที่ 15 กลุ่ม D.2 ป.บัณฑิต
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สถานที่ท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สถานที่ท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำสมุทรสาคร
ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำสมุทรสาคร เป็นศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำสัตว์น้ำน้องใหม่ ตั้งอยู่ที่เดียวกับศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งสมุทรสาคร ที่ศูนย์ฯนี้นับว่าเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านทะเลให้กกับชาวจังหวัดท้องถิ่น รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มีโอกาสแวะมาเที่ยวที่จังหวัดสมุทรสาครนี้ ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำสมุทรสาครมีขนาดไม่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่จังหวัดอื่นๆ แต่จุดเด่นอยู่ที่มีรูปปั้นปลาวาฬบรูด้า สูง 17 เมตร ตั้งอยู่บนภูมิทัศน์หน้าศูนย์ฯ ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปคู่กับสัญลักษณ์ที่เป็นจ้าวแห่งท้องสมุทรในน่านน้ำไทย ภายในศุนย์จัดแสดงปลาและสิ่งมีชีวิตทางทะเลต่างๆ จัดแสดงอย่างเป็นส่วนๆ มีทั้งเป็นตู้ และแทงค์กลมภายใน
จุดเด่นอีกจุดอยู่ที่ทางเดินอุโมงค์ใต้น้ำที่ถึงแม้จะมีขนาดเล็ก แต่ก็สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวเด็กๆได้ไม่น้อย ที่นี่ยังมีโชว์วัดแสดงการให้อาหารปลาที่อุโมงค์ทุกวันเสาร์อาทิตย์ เวลา 13:00 น. เรียกได้ว่าศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำสมุทรสาครเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับนักท่องเที่ยวที่มากันเป็นครอบครัว ได้พาลูกๆหลานๆได้สัมผัสสิ่งมีชีวิตในทะเลได้อย่างใกล้ชิด
วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
สวนน้ำ พันท้ายนรสิงห์
สวนน้ำพันท้ายนรสิงห์ (Pantai Norasingh Water Park) เปิดให้บริการวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีขนาดใหญ่มากกว่า 80 ไร่ เป็นส่วนน้ำที่ไม่ธรรมดาและใหญ่ที่สุดในภาคกลาง ธีมจะเป็นแนวแนวยุคไดโนเสาร์ ภายในจะมีโซนต่าง ๆ มากมายให้เลือกเล่นทั้งโซนเด็ก โซนผู้ใหญ่ และ โซนครอบครัว ลอยคอล่องลำธาร ลอดถ้ำ ชมทิวทัศน์ จุดเด่นคือ Zipline โหนสลิง* และเครื่องเล่นในสวนน้ำอีกมากมาย
วัดท่าไม้
วัดท่าไม้นี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2520 ได้รับพระราชทานวิสุงคามมะสีมาเมื่อปีพุทธศักราช 2537 ปัจจุบัน ตั้งอยู่เลขที่ 51 หมู่ที่ 11 ถนนเศรษฐกิจ 1 ซอย 8 ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ในวัดมีพื้นที่ประมาณ 6 ไร่
ถ้านับย้อนไปเมื่อต้นปี พ.ศ. 2520 มีพระภิกษุหนุ่ม อายุราว 24 ปี เป็นพระธุดงค์ชื่อ ยอดชาย ฉายา อุปติสฺโส พรรษา 1 วัดหนองโตนด (พันท้าว) ต.พงตึก อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ต้องการหาสถานที่เพื่อปฏิบัติสมณธรรม คุณทุยได้ชี้นำบริเวณปากคลองคอกหมู ริมแม่น้ำท่าจีน อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านนั้นนัก ซึ่งวิเวกร่มรื่นสงบ อากาศดีไม่มีคนพลุกพล่าน แล้วชักชวนญาติสนิทมิตรสหาย ช่วยกันสร้างที่พักสงฆ์
ด้วยจริยาวัตร และสามัคคีธรรมร่วมกันของพระภิกษุกับชาวบ้าน ประสงค์จะสร้างเป็นวัด จึงขออนุญาตสร้างวัด ในวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2520 และเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2520 จนได้รับใบอนุญาตสร้างวัดจากกรมการศาสนา ให้นามว่า "สำนักสงฆ์โพธิธรรมรังษี(ท่าไม้)"
พระกลางน้ำ
นับเป็นที่เที่ยวอีกแห่งของจังหวัดสมุทรสาครที่ไม่ค่อยมีผู้คนรู้จักนัก กับศาลาพระกลางน้ำ ใน ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของ พระพุทธมหาสมุทร ศาลากลางทะเลนี้ สร้างขึ้นเมื่อปี 2541 เดิมทีเป็นศาลาไม้ไผ่ ชาวบ้านเอาไว้ใช้เฝ้าหอยแมลงภู่และสังเกตคุณภาพน้ำ แต่ภายหลังเกิดภัยธรรมชาติทำให้ศาลาพังทลายลงมา จึงได้มีการบูรณะใหม่ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวรวมทั้งน้ำพระพุทธมหาสมุทรมาประดิษฐานไว้อีกด้วย
วัดสุทธิวาตวราราม หรือ วัดช่องลม
วัดสุทธิวาตวราราม หรือ วัดช่องลม ตั้งอยู่ตรงปากอ่าวสมุทรสาคร ตำบลท่าฉลอม ตรงข้ามกับตัวเมือง เดินทางโดยทางหลวงหมายเลข 35 เลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 35 เข้าถนนสุทธิวาตวิถีประมาณ 3 กิโลเมตร วัดช่องลมเป็นพระอารามหลวงได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม และเป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง
สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดนั้นประกอบด้วย
พระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประดิษฐานอยู่ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินท่าฉลอม และทรงตั้งเป็นสุขาภิบาลแห่งแรกของประเทศไทย
หลวงพ่อหินแดง 11 นิ้ว พระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ มีพุทธลักษณะแบบอยุธยาตอนปลาย ทำด้วยศิลาแดงทั้งองค์ มีลักษณะพิเศษคือพระหัตถ์ข้างซ้ายมี 6 นิ้วจึงเรียกว่า พระ 11 นิ้ว
หลวงปู่แก้ว อดีตเจ้าอาวาสวัดช่องลมเมื่อท่านมรณภาพไปแล้วผู้ศรัทธาทั้งหลายได้นำสังขารของท่านไว้ในโลงทองอย่างสวยงามพร้อมทั้งหล่อรูปเหมือนของท่านในท่านั่งสมาธิ ประดิษฐานไว้ภายในวิหาร
ชมชีวิตนกนางแอ่น จำนวนนับพันมาอาศัยทำรังตามผนังโบสถ์ด้านหลัง จนปรากฎลวดลายจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงาม
นอกจากนี้นักท่องเที่ยวสามารถชมทัศนียภาพที่สวยงามได้บริเวณท่าน้ำหน้าวัด ทั้งยังมีร้านอาหารไว้คอยบริการและเนื่องจากวัดนี้ ตั้งอยู่ปากอ่าว จึงมี เรือประมงมารอให้บริการเช่าออกไปลอยอังคารด้วย
สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดนั้นประกอบด้วย
พระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประดิษฐานอยู่ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินท่าฉลอม และทรงตั้งเป็นสุขาภิบาลแห่งแรกของประเทศไทย
หลวงพ่อหินแดง 11 นิ้ว พระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ มีพุทธลักษณะแบบอยุธยาตอนปลาย ทำด้วยศิลาแดงทั้งองค์ มีลักษณะพิเศษคือพระหัตถ์ข้างซ้ายมี 6 นิ้วจึงเรียกว่า พระ 11 นิ้ว
หลวงปู่แก้ว อดีตเจ้าอาวาสวัดช่องลมเมื่อท่านมรณภาพไปแล้วผู้ศรัทธาทั้งหลายได้นำสังขารของท่านไว้ในโลงทองอย่างสวยงามพร้อมทั้งหล่อรูปเหมือนของท่านในท่านั่งสมาธิ ประดิษฐานไว้ภายในวิหาร
ชมชีวิตนกนางแอ่น จำนวนนับพันมาอาศัยทำรังตามผนังโบสถ์ด้านหลัง จนปรากฎลวดลายจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงาม
นอกจากนี้นักท่องเที่ยวสามารถชมทัศนียภาพที่สวยงามได้บริเวณท่าน้ำหน้าวัด ทั้งยังมีร้านอาหารไว้คอยบริการและเนื่องจากวัดนี้ ตั้งอยู่ปากอ่าว จึงมี เรือประมงมารอให้บริการเช่าออกไปลอยอังคารด้วย
ป้อมวิเชียรโชฎก (Wichian Chodok Fortress)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ตำบลมหาชัย ห่างจากศาลากลางจังหวัด 200 เมตร สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2371 สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากในสมัยนั้นได้เกิดกรณีพิพาทกับญวณเรื่องเจ้าอนุวงศ์เมืองเวียงจันทน์ รัชกาลที่ 3 ทรงเกรงว่าญวณจะยกกำลังมารุกรานไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้พระยาโชฎึกราชเศรษฐี (ทองจีน) เป็นแม่กองสร้างป้อมเพื่อรักษาปากน้ำท่าจีนที่เมืองสมุทรสาคร และพระราชทานนามว่า "ป้อมวิเชียรโชฎก" ลักษณะของป้อมก่อด้วยอิฐถือปูนไม่มีป้อมยามมีแต่หอรบตามช่องของกำแพงมีปืนใหญ่ไว้สำหรับป้องกันข้าศึกที่มาทางปากน้ำ
ตั้งอยู่ตำบลมหาชัย ห่างจากศาลากลางจังหวัด 200 เมตร สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2371 สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากในสมัยนั้นได้เกิดกรณีพิพาทกับญวณเรื่องเจ้าอนุวงศ์เมืองเวียงจันทน์ รัชกาลที่ 3 ทรงเกรงว่าญวณจะยกกำลังมารุกรานไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้พระยาโชฎึกราชเศรษฐี (ทองจีน) เป็นแม่กองสร้างป้อมเพื่อรักษาปากน้ำท่าจีนที่เมืองสมุทรสาคร และพระราชทานนามว่า "ป้อมวิเชียรโชฎก" ลักษณะของป้อมก่อด้วยอิฐถือปูนไม่มีป้อมยามมีแต่หอรบตามช่องของกำแพงมีปืนใหญ่ไว้สำหรับป้องกันข้าศึกที่มาทางปากน้ำ
หมู่บ้านเบญจรงค์บ้านดอนไก่ดี (Benjarong Village)
สถานที่ตั้ง : อำเภอกระทุ่มแบน
บ้านดอนไก่ดี หมู่ที่ 1 ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลดอนไก่ดี อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เดิมเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ทำเครื่องเบญจรงค์อยู่แล้วและทางราชการก็ส่งเสริมโดยการส่งผลงานของทางหมู่บ้านเข้าประกวด จนได้รับรางวัลหมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น แต่ด้านความพร้อมของหมู่บ้านในการผลิตเครื่องเบญจรงค์นั้นยังจำกัด เพราะหากมีการสั่งซื้อจำนวนมากแล้วทางหมู่บ้านไม่สามารถผลิตได้ทันก็ต้องยกเลิกไป จึงได้คิดที่จะรวบรวมกลุ่มหัตถกรรมของหมู่บ้านขึ้นและเมื่อแก้ปัญหาด้วยการรวมกลุ่มกันทำแล้ว ปัจจุบันสามารถรับได้ทั้งงานเล็กงานใหญ่ ทำให้เกิดการกระจายทั้งงานและสร้างรายได้ทั่วถึงกันในหมู่บ้าน
บ้านดอนไก่ดี หมู่ที่ 1 ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลดอนไก่ดี อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เดิมเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ทำเครื่องเบญจรงค์อยู่แล้วและทางราชการก็ส่งเสริมโดยการส่งผลงานของทางหมู่บ้านเข้าประกวด จนได้รับรางวัลหมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น แต่ด้านความพร้อมของหมู่บ้านในการผลิตเครื่องเบญจรงค์นั้นยังจำกัด เพราะหากมีการสั่งซื้อจำนวนมากแล้วทางหมู่บ้านไม่สามารถผลิตได้ทันก็ต้องยกเลิกไป จึงได้คิดที่จะรวบรวมกลุ่มหัตถกรรมของหมู่บ้านขึ้นและเมื่อแก้ปัญหาด้วยการรวมกลุ่มกันทำแล้ว ปัจจุบันสามารถรับได้ทั้งงานเล็กงานใหญ่ ทำให้เกิดการกระจายทั้งงานและสร้างรายได้ทั่วถึงกันในหมู่บ้าน
เครื่องเบญจรงค์ของหมู่บ้านดอนไก่ดี ชิ้นงานมีความประณีตงดงาม ทำจากวัสดุอย่างดีและมีลายที่เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่น จึงทำให้ได้รับรางวัลหนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล (OTOP) และเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น ซึ่งสามารถกระจายขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยลายเบญจรงค์ที่มีชื่อเสียงของหมู่บ้านมีทั้งลวดลายวิถีไทย ลายประเพณีสงกรานต์และลายตลาดน้ำ
อุทยานประวัติศาสตร์พันท้ายนรสิงห์
ศาลพันท้ายนรสิงห์ เป็นอนุสาวรีย์แห่งความซื่อสัตย์ รักษากฎระเบียบ กฎมณเฑียรบาลยิ่งกว่าชีวิตตน ตั้งอยู่ที่บ้านพันท้ายนรสิงห์ ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร ตามพงศาวดารเขียนไว้ว่า พันท้ายนรสิงห์ ซึ่งเป็นชาวบ้านนรสิงห์ (ปัจจุบันคืออำเภอป่าโมกข์ จังหวัดอ่างทอง) รับราชการเป็นนายท้ายเรือพระที่นั่งเอกชัยของสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) แห่งกรุงศรีอยุธยา ในคราวที่คัดท้ายเรือพระที่นั่งเอกชัย เมื่อเรือพระที่นั่งถึงบริเวณคลองโคกขาม คลองคดเคี้ยวมากเป็นเหตุให้หัวเรือชนกิ่งไม้ใหญ่ริมคลองโคกขาม ทำให้โขนเรือหักตกลงในน้ำ พันท้ายนรสิงห์จึงกราบบังคมทูลพระเจ้าเสือให้ประหารชีวิตตนตามกฎมณเฑียรบาล พระเจ้าเสือทรงจำฝืนพระทัย ตามพระราชกำหนดที่วางไว้จึงมีรับสั่งให้ประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์และให้ทำศาลขึ้นสูงเพียงตา แล้วนำศีรษะพันท้ายนรสิงห์ กับหัวเรือพระที่นั่งเอกชัยที่หักขึ้นพลีกรรมไว้บนศาล เพื่อเป็นอนุสรณ์ที่แสดงถึงความซื่อสัตย์จงรักภักดี ซึ่งต่อมากรมศิลปากรได้สร้างศาลขึ้นใหม่แทนหลังเก่าที่พังลงมา ภายในประดิษฐานประติมากรรมรูปพันท้ายนรสิงห์เป็นรูปบุคคลแต่งกายเครื่องแบบทหารโบราณสวมหมวก มือถือพาย ศาลพันท้ายนรสิงห์นี้เป็นแหล่งประวัติศาสตร์สำคัญของจังหวัดสมุทรสาคร กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติในราชกิจจานุเบกษา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
-
ศาลพันท้ายนรสิงห์ เป็นอนุสาวรีย์แห่งความซื่อสัตย์ รักษากฎระเบียบ กฎมณเฑียรบาลยิ่งกว่าชีวิตตน ตั้งอยู่ที่บ้านพันท้ายนรสิงห์ ตำบลพันท...
-
สวนน้ำพันท้ายนรสิงห์ (Pantai Norasingh Water Park) เปิดให้บริการวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีขนาดใหญ่มากกว่า 80 ไร่ เป็นส่วนน...
-
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง ตั้งอยู่ตำบลมหาชัย ห่างจากศาลากลางจังหวัด 200 เมตร สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2371 สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้...



















